個人檔案Mein Platz部落格清單 工具 說明

部落格


10月29日

[How To] Space Header

 
สิ่งที่ต้องใช้
 
     - Custom HTML (ที่ใช้ทำ Counter (ไม่ใช่ SandBox นะเพื่อนซัน ใช้อันนี้ดีกว่า))
 
     - Layout แบบ 3 คอลัมน์ (ซ้าย กลาง ขวา)
 
     - ภาพ Header ขนาด ยาว 984 px กว้างเท่าไหร่ก็ได้ (เอาไปฝากตามเว็บ แนะนำ www.photobucket.com)
 
 
 
วิธีทำ
 
     1. เปลี่ยน Layout ของ Space ให้เป็นแบบ 3 คอลัมน์
 
     2. ลาก Custom HTML ไปที่คอลัมน์ขวาสุด แล้วลากไปวางด้านล่างสุด
 
     3. ใส่ Code ดังนี้
          <pre></pre><tbody><table></table></tbody><pre>
          </pre><div><td><tr></div>
          <div align=center><img src="
URL/Link ของภาพ Header"></div>
 
     4. เสร็จ
 
 
 
ปล. ถ้าอ่านแล้วทำไม่ได้หรือไม่เข้าใจก็ Comment ไว้ จะมาอธิบายทีหลัง
7月9日

Meine böse Firma

 
 
Ich habe mich entschieden, dies auf Deutsch zu schreiben,
weil ich wollte, dass niemand an meiner Firma gewusst hat,
was ich über die Firma gedacht habe (aber ich wollte es wirlich sagen).
 
 
Das schlimme Ding hier ist, dass ich zuerst gedacht habe,
dass diese Firma eine gute war.
Sie ist eine Tochtergesellschaft von einen der großten Lokalisationfirmen,
die viele Tochtergesellschaften weltweit hat und der Chef hat mir garantiert,
als ich das Gespräch mit ihm hatte,
dass es noch guter Berufgelegenheit für mich gab,
weil diese Firma neulich angefangen hatte.
Aber ich weiß jetzt, dass es nicht so einfach ist.
Warum?
weil die Firma neu ist, deshalb sie noch klein ist,
und deshalb es keine freie höhere Arbeitsstelle gibt.
Außerdem ist dieser Job sehr langweilig und nicht so herausfordern, wie er mir gesagt hat.
 
 
Bei der Arbeit, sagt niemand zu den anderen - nur etwas über die Arbeit.
Die Ruhe ist so laut, dass ich es fast nicht mehr ausstehen kann.
 
 
Das schlimmere Ding ist Mittagessen.
Man muss zusammengehen und zusammenessen
(nein, nicht "muss" - nicht so schlimm, sondern "SOLL").
Die Chefin und ihre Freudin handeln sich wie Idiote - Keine Idee wohin zu gehen oder was zu essen.
Die Chefin fragt, als ob es viele freie Sizte in den Restaurants gäbe,
so dass wir wählen könnten, wohin zu gehen und was zu essen.
 
 
Nun möchte ich nicht wissen, was der Schlimmste ist.
Ich hoffe, dass ich bald diesen Job aufgeben kann.
4月11日

คุณทราบหรือไม่ว่า...

...คำว่า dreamt เป็นคำเดียวในภาษาอังกฤษที่ลงท้ายด้วยตัวอักษร mt
...คำว่า fortnight ที่แปลว่าสองสัปดาห์ มาจากคำว่า fourteen nights
...เพลง Happy Birthday To You เป็นเพลงแรกที่ถูกร้องในอวกาศ
   เพลงนี้ถูกร้องโดยเหล่านักบินอวกาศของยานอพอลโล 9 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 1969
...คำว่า rhythms เป็นคำที่ยาวที่สุดในภาษาอังกฤษที่ไม่มีสระ
...คำว่า taxi สะกดแบบเดียวกันในภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน สวีเดน โปรตุเกส และดัตช์
 
 
 
...111,111,111 x 111,111,111 = 12,345,678,987,654,321
...ชาร์ลี แชปลิน เคยได้รางวัลที่สามในการประกวดแต่งกายเหมือนชาร์ลี แชปลิน
...การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยไม่ให้น้ำตาไหลระหว่างหั่นหัวหอม
...กฎหมายของชิคาโกห้ามรับประทานอาหารในที่ที่กำลังเกิดไฟไหม้
...เพชรไม่ถูกกัดโดยกรด มีเพียงความร้อนที่สูงมากเท่านนั้นที่ทำลายเพขรได้
 
 
 
...จิงโจ้จะไม่กระโดดจนกว่าหางของมันจะแตะพื้น
...การอดนอนทำให้ตายเร็วกว่าการอดตาย เราสามารถอดอาหารได้ 2-3 สัปดาห์
   แต่สามารถอดนอนได้เพียง 10 วัน
...หมีขั้วโลกถนัดซ้าย
...นีล อาร์มสตรองก้าวลงเหยียบดวงจันทร์ด้วยเท้าซ้าย
...หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศเยอรมันมีเครื่องบินมากกว่าตอนสงครามเริ่ม
 
 
 
...แฮมสเตอร์กระพริบตาทีละข้าง
...ความร้อนจะอยู่ในอากาศชื้นมากกว่าอยู่ในอากาศแห้ง
   ดังนั้นเวลากลางคืนของเขตร้อนชื้นจึงร้อนและเวลากลางคืนในทะเลทรายจึงหนาว
...ม้าสามารถยืนหลับได้
...ถ้าเราถูกขังอยู่ในห้องที่ปิดสนิท เราจะตายเพราะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
   ก่อนที่เราจะตายเพราะขาดอากาศหายใจ
...การเคี้ยวกะหล่ำปลีหรือผักสลัด ให้พลังงานน้อยกว่าพลังงานที่ต้องใช้เคี้ยวเสียอีก
 
 
  
...ถ้าเราพับครึ่งกระดาษ A4 จำนวน 44 ครั้ง มันจะสูงถึงดวงจันทร์
...เราไม่สามารถพับครึ่งกระดาษได้เกิน 7 ครั้ง
...ที่ประเทศอัลแบเนีย การพยักหน้าแปลว่า "ไม่" ส่วนการส่ายหน้าแปลว่า "ใช่"
...เราไม่มีทางลืมตาขณะจามได้
...จากัวร์กลัวสุนัข
 
 
 
...มาร์ค ทเวน เป็นคนแรกที่แต่งนวนิยาย(เรื่อง Tom Sawyer)โดยใช้เครื่องพิมพ์ดีด
...ผู้ชายฆ่าตัวตายมากกว่าผู้หญิง 3 เท่า แต่ผู้หญิงพยายามฆ่าตัวตายมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า
...หูข้างขวาของคนส่วนใหญ่ได้ยินชัดกว่าหูข้างซ้าย
...มูฮัมหมัด เป็นชื่อที่ใช้มากที่สุดในโลก
...เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ของการปล้นธนาคารเกิดขึ้นในวันศุกร์
 
 
 
...โดยเฉลี่ย คนอเมริกันใช้เวลารอสัญญาณไฟจราจรทั้งชีวิตเป็นเวลา 6 เดือน
...โดยเฉลี่ย คนถนัดขวาจะมีอายุยืนกว่าคนถนัดซ้าย 9 ปี
...เราไม่สามารถใช้ลิ้นเลียข้อศอกได้
...75 เปอร์เซ็นต์ของคนที่อ่านข้อความข้างบนพยายามใช้ลิ้นเลียข้อศอกตัวเอง
...รถสีแดงเกินอุบัติเหตุมากที่สุด
...การสะสมสแตมป์เป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมสูงสุด
 
 
 
และคุณทราบหรือไม่ว่า...
...85.7 เปอร์เซ็นต์ของสถิติเป็นเรื่องโกหก
3月28日

เรื่องของเฮียมู Jose Mourinho (โปรดอ่านอีกครั้ง)

ช่วงนี้ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก กำลังเดินทางมาถึงช่วงสำคัญ
การขับเคี่ยวแย่งแชมป์ในตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือผู้ถ้าชิงแค่เพียงทีมเดียว
คือ เชลซี
เชลซีในยุคของเฮียมู หรือ จ่ามู หรือ Jose Mourinho ดูจะดีขึ้นผิดหูผิดตา
ด้วยบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร และลักษณะนิสัยที่ไม่มีใครเหมือน
ทำให้เฮียมูไม่ค่อยมีใครคบสักเท่าไหร่
แต่ในเรื่องของมันสมองอันยอดเยี่ยม และความละเอียดในการวางแผน
เฮียมูก็เป็นที่ยอมรับนับถืออยู่ไม่น้อย
 
Jose Mourinho
 
พอพูดถึง Mourinho ก็ให้นึกถึงเรื่องของแกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
จริงๆ มันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในกีฬาฟุตบอล
หรือถ้าจะให้ถูก
มันเป็นธรรมชาติของคนทุกคนนั่นแหละ
 
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2006
เกมพรีเมียร์ชิพระหว่างเชลซีและลิเวอร์พูล
เชลซีไล่ยิงลิเวอร์พูลครึ่งละลูก
จาก Williams Gallas ในนาทีที่ 35
และ Hernan Crespo ในนาทีที่ 68
ถึงตรงนี้ เมื่อดูจากรูปเกมและสกอร์
เชลซีชนะใส
แต่ลูกทีมของจ่ามูยังบุกไม่ถอย
จนมาถึงนาทีที่ 82
Jose Reina ผู้รักษาประตูของลิเวอร์พูลที่ทะเล่อทะล่าออกมาตัดบอลพลาด
จนต้องจบด้วยการทำฟาวล์ Eidur Gudjohnsen ศูนย์หน้าเชลซี(ในขณะนั้น)
Arjen Robben ไม่พอใจที่โอกาสทำประตูของพวกเขาถูกทำลาย
เดินเข้าไปต่อว่า Reina (เป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้)
ทำให้ผู้รักษาประตูชาวสเปนรายนี้ทนไม่ไหว
และผลักหน้า Robben
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Robben ลงไปนอนกองกับพื้น
แบบที่ราฟาให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า
"...when the player went down,
it looked as though he would spend a week in the hospital"
แน่นอน มันเป็นการกระทำที่สมควรโดนลงโทษสำหรับพฤติกรรมของ Reina
และแน่นอน มันเป็นการตบตากรรมการที่แนบเนียนของ Robben
 
หลังจากเกมนั้น Robben ได้รับฉายาว่า A play-actor จากสื่อมวลชน
เพราะนักเตะรายนี้แสดงความสมารถด้านการแสดงให้เห็นอยู่บ่อยครั้งในสนาม
 
หลังเกมเฮียมูไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้
แถมยังคุยโวโอ้อวดตามประสาอีกต่างหาก
 
หลังจากนั้น 17 วัน
22 กุมภาพันธ์ 2006
เชลซีเปิดบ้านต้อนรับบาร์เซโลน่าจากสเปน
เกมนี้มีเฮตั้งแต่ต้นเกม
นาทีที่ 37 Asier del Horno แบ็กซ้ายของเชลซี(ในขณะนั้น)
อัด Lionel Messi ที่แตะบอลหลบ Robben
 
 
มันเป็นการฟาวล์ที่ชัดเจน
แม้อาจมองได้ว่า del Horno ไม่ได้เจตนา
อย่างไรก็ตาม del Horno ถูกไล่ออก
จบเกมบาร์เซโลน่าบุกมาชนะถึงถิ่น 2-1
 
หลังเกมเฮียมูไม่รอช้า
ให้สัมภาษณ์วิจารณ์พฤติกรมของ Messi โดยการถามว่า
"How do you say cheating in Catalan?"
หรือ
"ภาษาคาตาลันคำว่าโกงพูดว่าไงวะไอ้หนู"
และ
"Barcelona is a cultural city with many great theatres
and this boy has learned very well. He's learned play-acting."
 
ฟุตบอลก็แบบนี้แหละจ่ามู
ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดเราเท่าขี้ตา
ตอนทำคนอื่นน่ะไม่รู้หรอก
แต่พอถูกทำบ้าง เดือดร้อนจะเป็นจะตาย!!!
3月13日

ใครซักคนเขียนไว้ (เลยไปขโมยมา)

Was versthet ihr unter Leben?
 
Das Leben der Menschen ist wie Fußball:
Wenn man den Ball auf den Boden wirft oder gegen die Wand schießt,
dann kommt er immer wieder zurück.
Wenn man den Ball leicht wirft oder schießt,
kommt er leicht zurück.
Wenn man den Ball mittelstark tritt,
kommt er mittelstark zurück
und wenn man den Ball stark wirft oder schießt,
kommt er stark zurück.
Dies ist vergleichbar mit unseren Taten:
Wenn man Gutes tut, z.B. hart arbeitet,
dann bekommt man gute Ergebnisse zurück.
Alle guten Dingen kommen wieder zurück.
5月4日

เจออ่ะ ไม่รู้เคยอ่านกันรึยัง

ถ้า A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z
มีค่าเท่า กับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26
แล้วจะพบ ว่า......
H+A+R+D+W+O+R+K = 8+1+18+4+23+15+18+11 = 98%
HARD WORK หรือ ทำงานหนัก มีค่าเท่ากับ 98 %
K+N+O+W+L+E+D+G+E = 11+14+15+23+12+5+4+7+5 = 96%
KNOWLEDGE หรือ ความรู้ มีค่าเท่ากับ 96 %
L+O+V+E = 12+15+22+5 = 54%
LOVE หรือ ความรัก มีค่าเท่ากับ 54 %
L+U+C+K = 12+21+3+11 = 47%
LUCK หรือ โชค มีค่าเท่ากับ 47 %
 
Q : ไม่มีสิ่งใดที่มี ค่า 100 % เลยหรือ !!!
แล้วสิ่งใดที่มีค่าเท่ากับ 100 %
- ใช่เงินหรือ เปล่า ? ……............ไม่ใช่ !!!!!
- ความเป็นผู้นำหรือเปล่า ? ………ไม่ใช่ !!!!!
Q : แล้วอะไร ล่ะ ?
Ans : A+T+T+I+T+U+D+E = 1+20+20+9+20+21+4+5 = 100%
ATTITUDE หรือ ทัศนคติ นั่นเองที่มีค่าเท่ากับ 100 %
ท่านคิดเช่นนั้นหรือไม่ ทุกปัญหามีทางออก ...
บางทีแค่เพียงแต่เราเปลี่ยน "ทัศนคติ" ของเราเสียใหม่เท่านั้นเอง
มีเพียงแต่ "ทัศนคติ" ของเราเท่านั้น ที่จะเป็นตัวนำทางไปสู่ความสำเร็จในชีวิต
5月1日

รู้จักทีม Skyblues กันรึป่าว ถ้าไม่รู้จักจะเล่าให้ฟัง

นานมาแล้ว ณ สโมสรฟุตบอล Skyblues
สโมสรเล็กๆ และด้อยพัฒนา ทางตอนกลางของประเทศอังกฤษ
มีการคัดเลือกนักเตะชุดเยาวชนของสโมสร
 
หลังจากการคัดเลือก
เหล่าเด็กหนุ่มจะต้องฝึกฝนอย่างหนัก
เพื่อที่จะก้าวขึ้นไปเล่นในทีมชุดอายุต่ำกว่า 18 (U 18) ปีให้ได้
 
ในส่วนของขั้นตอนการฝึกนั้น
เนื่องจากสโมสรประสบปัญหาด้านการเงิน
ไม่สามารถจ้างผู้ฝึกสอนเก่งๆ มาสอนได้
จึงให้นักเตะจากทีมชุด U 18 มาสอนแทน
 
โทนี่ รุ่นพี่ผู้รักสโมสรยิ่งชีพ
คือผู้ที่จะทำหน้าที่ฝึกสอนตลอดระยะเวลา 3 เดือน
โทนี่สอนทฤษฎีแก่รุ่นน้องเป็นฉากๆ ราวกับอ่านจากตำรา
ใครทำได้ไม่ดี ไม่ถูกใจ โทนี่จะสั่งให้วิ่งรอบสนามเป็นการลงโทษ
 
เด็กหนุ่มต่างตั้งอกตั้งใจกับการฝึกฝนอย่างหนัก
เนื่องจากศรัทธาในคำสอนและความมุ่งมั่นของโทนี่
 
ในการฝึกอันเข้มข้น
มีหลายครั้งที่เด็กหนุ่มเลือดร้อนบางคนทะเลาะวิวาทกันเอง
ทำให้โทนี่ต้องลงโทษอย่างหนัก
เขาบอกว่าความสามัคคีคือหัวใจของเกมฟุตบอล
 
วันหนึ่ง ขณะกำลังฝึกกันอยู่ที่สนามซ้อมของสโสมร
เกิดลมพายุพัดกระหน่ำสนามซ้อมอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เหล่าผู้ฝึกสอนของทีมชุดใหญ่ต่างวิ่งเก็บอุปกรณ์เพราะเกรงว่าจะสูญหาย
โทนี่รีบสั่งให้รุ่นน้องที่มัวแต่เดาะบอลให้ไปช่วยทันที
"สโมสรมีบุญคุณกับเรานะไอ้น้อง เราต้องตอบแทนสโมสรบ้าง"
 
2 สัปดาห์ต่อมา
มีการคัดเลือกเพื่อเลื่อนขั้นจากนักเตะชุด U18 ไปเป็นนักเตะชุดใหญ่ของสโมสร
และโทนี่คือหนึ่งในผู้เข้ารับการคัดเลือก
ดังนั้นรุ่นน้องชุดเยาวชนซึ่งไม่มีการฝึกจึงมาให้กำลังใจเขา
 
การคัดเลือกเริ่มที่ทักษะพื้นฐาน
การเดาะบอล การส่งบอล
ซึ่งเป็นสิ่งที่โทนี่สอนรุ่นน้องจนปากแทบจะฉีกถึงรูหู
เด็กหนุ่มจึงมั่นใจว่า ฮีโร่ของพวกเขาจะต้องสอบผ่านได้อย่างสบาย
 
แต่แล้ว...สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
โทนี่ไม่สามารถแสดงความสามารถออกมาให้รุ่นน้องที่ศรัทธาในตัวเขาเห็นได้
โทนี่เดาะบอลได้ไม่ถึง 10 ครั้ง และส่งบอลให้เพื่อนเหมือนกับแตะบอลหลบคู่ต่อสู้
 
หลังการทดสอบทักษะพื้นฐาน
จะเป็นการทดสอบการเล่นเป็นทีม
 
โทนี่ซึ่งในขณะนี้กำลังหงุดหงิดตัวเองอยู่
เกิดตบะแตกโวยใส่เพื่อนร่วมทีม
จนเพื่อนคนอื่นๆ ต้องมาจับแยกออกไป
 
เขาถูกตัดสิทธิ์ในการคัดเลือกครั้งนี้
ได้แต่ยืนอยู่ข้างสนาม ดูเพื่อนร่วมรุ่นทำการคัดเลือกต่อไป
 
จู่ๆ ฝนก็ตกลงมาราวกับฟ้ารั่ว
เจ้าหน้าที่สั่งยุติการคัดเลือก และรีบเก็บอุปกรณ์ต่างๆ
 
โทนี่ เดินหันหลังกลับไปอย่างไม่สนใจ
 
การฝึกของนักเตะเยาวชนในวันรุ่งขึ้น
โทนี่โดนกระหน่ำด้วยคำถามต่างๆ นานา
ถึงสิ่งที่เขาทำเมื่อวาน
ทั้งทักษะพื้นฐานฟุตบอลที่เขาพร่ำสอนรุ่นน้อง
แต่ตัวเขาเองกลับทำไม่ได้
ทั้งเรื่องความสามัคคีในหมู่เพื่อนฝูงที่เขาบอกว่าเป็นสิ่งสำคัญ
และการตอบแทนสโมสรบ้างเล็กๆ น้อยๆ
 
สิ่งเหล่านี้โทนี่ไม่ได้แสดงให้เหล่าเด็กหนุ่มเยาวชนเห็นเลยในการคัดเลือกเมื่อวาน
 
โทนี่สูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด
"คนที่มาสอนพวกเอ็ง ไม่จำเป็นจะต้องทำได้ตามที่สอนหรอก แค่เขาหวังดีก็พอแล้ว"
รุ่นน้องต่างพยักหน้าเข้าใจ และยืดถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา
 
ณ วันนี้
สโมสร Skyblues หายไปจากบัญชีของสมาคมฟุตบอลอังกฤษแล้ว
น่าใจหายที่คำสอนดีๆ ที่สั่งสอนกันมารุ่นต่อรุ่น
ไม่สามารถทำให้สโมสรนี้พัฒนาได้เลย
4月24日

คณะภาษาต่างประเทศยอดนิยม...บ้ากันไปใหญ่แล้ว

ผลการโหวตของเว็บเกี่ยวกับการศึกษาชื่อดัง
ระบุว่า
คณะภาษาต่างประเทศของมหาวิทยาลัยเรา
ได้รับคะแนนสูงสุด
ได้คะแนนชนะคณะภาษาต่างประเทศชื่อเดียวกันของอีกสถาบันหนึ่ง
ค่อนข้างมาก
 
ถึงแม้ว่าคณะที่ใช้ชื่อนี้จะมีเพียงสองที่ในประเทศ
และต่างก็อยู่ระดับหัวแถวด้วยกันทั้งคู่
แต่เรา...คนใน(คนที่เรียนคณะภาษาต่างประเทศ)
ย่อมรู้ดีว่า มันมีช่องว่างระหว่างกันอยู่
 
ณ วันที่เขียน
คะแนนห่างกันเกินสองร้อยคะแนน
 
จะดีใจมาก หากทุกคะแนนเกิดจากการโหวตของคนละคน
พูดง่ายๆ คือ คนเดียวโหวตครั้งเดียว
ถามว่า คนในคณะสามารถโหวตได้มั้ย
ก็น่าจะได้ ตามสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
 
แต่เชื่อเหลือเกินว่า
คะแนนที่ได้มาบางส่วน
เกิดจากผู้ที่รักสถาบันและรักคณะอย่างไม่ถูกวิธี
คือ โหวตมากกว่าหนึ่งครั้ง
 
ประเด็นมันอยู่ที่ว่า
แน่นอน...ทุกคนย่อมอยากให้คณะของตัวเองอยู่ที่หนึ่ง
แต่เราต้องยอมรับว่า
ตอนนี้ เรายังไม่สามารถไปถึงจุดสูงสุดนั้นได้จริงๆ
 
เมื่อผลการโหวตเป็นแบบนี้
ย่อมค้านสายตาของใครหลายๆ คน
 
ลองนึกดู
ถ้ามีคณะภาษาต่างประเทศ สถาบันโนเนม(Noname Institute)
โผล่ขึ้นมาอยู่หัวแถม
เราคงไม่เดือดร้อน
เพราะเราจะรู้ทันทีว่า เกิดการทุจริตขึ้น
เราคงเพียงแค่เอาเรื่องนั้นมานินทา
เป็นที่ขบขันในหมู่คณะ
 
ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน
ที่คะแนนของคณะเราชนะได้
ก็อาจเป็นเพราะว่า
นักศึกษา(นิสิต)ของอีกสถาบันนั้น
เค้าไม่มัวมาเสียเวลาทำเรื่องไร้สาระแบบเรา
เค้ารู้ดีว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไร
และมันก็จะเป็นอย่างตัวอย่างข้างบน
 
ถ้าพูดกันตามความเป็นจริง
อันดับ 2 หรือ 3 ดูจะใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด
เชื่อว่าทุกคนคงรู้ดี
 
รู้ว่าทุกคนรักคณะ
แต่การทำแบบนี้ไม่ได้ทำให้เราดูดีขึ้นเลย
 
อับอาย...ขายหน้า
4月20日

Impossible is Nothing

คนเราต้องการสิ่งตื่นเต้น แปลกใหม่ เสมอ
หรือจะเรียกง่ายๆ ว่า "ความท้าทาย" ก็ได้
 
โดยทั่วไปมันหมายถึง
เปิดตัว เปิดใจ รับรู้สิ่งใหม่ๆ
สิ่งที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยทำ
 
เลยมีบางคน
ดั้นด้นไปขั้วโลกมั่ง
ปีนเขามั่ง
เสี่ยงตายมั่ง
สุดแล้วแต่จะสรรหา
 
แต่อีกแง่หนึ่ง ที่หลายๆ คนลืมไป
มันคือการเผชิญกับ
สิ่งที่ไม่อยากเห็น ไม่อยากทำ
หรือการเอาชนะตัวเองนั้นเอง
 
ไม่ต้องไปไหนไกล
มันอยู่กับตัวเราตลอดเวลา
 
นิยามอันหลังอาจเป็นสิ่งที่น้อยคนนักจะนึกถึง
และมักทำเป็นว่ามันไม่มีผลกับเรา
ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นอะไร
แล้วก็ตัดมันออกจากชีวิตไป
จบ
 
นั่นเป็นเพราะเรากลัวความผิดพลาด ความล้มเหลว
ถ้าทำได้ไม่ดีก็จะถูกเปรียบเทียบ
เลยตัดปัญหา...ไม่ทำดีกว่า
 
จริงๆ แล้วความคิดที่ว่า
แต่ละคนที่ความสามารถไม่เท่ากัน
ก็ถูกต้องดีอยู่แล้ว
แต่ก็ไม่ได้แปลว่า
คนโง่จะโง่อยู่อย่างนั้น
...
 
คนเราสามารถพัฒนาตัวเองได้
โดยมีข้อแม้ว่า
อย่ากลัวผิดพลาด อย่ากลัวล้ม
 
ในความเป็นจริง เราก็สามารถทำได้อย่างคนเก่งๆ
เพียงแต่เราอาจจะต้องล้มมากกว่า...เจ็บมากกว่า
ซึ่งมันก็ยุติธรรมดีแล้ว
หากมองย้อนกลับไปที่ความคิดข้างบน
 
เคยมีความคิดว่า
บางที...เราอาจจะทำมันไม่ได้จริงๆ
ชีวิตนี้คงทำไม่ได้แล้ว
ไม่ได้เกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้
 
แต่เหตุการณ์บางเหตุการณ์
มันก็เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต
เปลี่ยนแง่มุมความคิด ความเชื่อ
 
การต้องเข้าครัวทำอาหาร
สำหรับบางคน มันง่ายที่สุดในโลก
ทอด...ลวก...ต้ม
มีอะไรง่ายกว่านี้อีกมั้ย
 
แต่มันก็เป็นสิ่งสุดท้ายในโลกที่บางคนจะทำเหมือนกัน
แต่ด้วยสถานการณ์ที่กดดัน
และไม่มีทางเลือกอื่น
ก็ต้องลองดู
 
และแล้วความคิดที่ว่า
"ไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้"
ก็เข้ามาครอบงำ
ยิ่งผิดพลาดเท่าไหร่ ยิ่งเห็นด้วยเท่านั้น
 
จนเดินมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ
จะยอมแพ้ หรือจะลองฝ่าทางตัน
 
โชคดีเหลือเกิน ที่ ณ วันนั้น
เลือกอย่างหลังด้วยความจำเป็น
 
มันค่อนข้างโหดร้าย
และก็ไม่ได้หวังให้ใคร
เอาชนะตัวเองด้วยวิธีนี้
 
หลังจากวันนั้น
ความคิดเริ่มเปลี่ยนไป
เริ่มเชื่อว่า
คนเรา ทำอะไรก็ได้ ถ้าอยากทำ
และยอมเจ็บ...ยอมเหนื่อย
ต้องเหนื่อยมากกว่า...ต้องเจ็บมากกว่า
 
จนวันนี้
เหตุการณ์ที่ตอกย้ำความเชื่อนี้
ก็เกิดขึ้นอีก
 
ว่ายน้ำ...
"โอ๊ย ว่ายเป็นตั้งแต่เด็กแล้ว"
"ว่ายน้ำ จิ๊บๆ เลย"
มันก็จริง...
...
แต่มาวิ่งแข่งกันมั้ยล่ะ
 
ท้าทายตัวเองโดยไม่มีใครบังคับ
ไร้แรงกดดัน
แต่...มันก็ว่ายไม่ได้ซักที
ความคิดเดิมเริ่มกลับมา
"ชีวิตนี้คงว่ายไม่ได้แล้ว"
"ที่ผ่านมา เรื่องอื่น มันก็แค่ฟลุ้ค"
 
ต้องว่ายกับเด็ก...ใช้โฟมด้วย
เด็กมันยังไม่ใช้เลย
 
แต่ด้วยความเชื่อมั่นที่เหลืออยู่น้อยนิด
"ต้องทำได้ดิว้า"
"เค้าว่ายเป็นกันทั้งประเทศ"
 
บอกตัวเองว่า เราทำได้...เราทำได้
เหมือนเป็นมนตร์วิเศษ
 
อาจจะช้า อาจจะผิดไปบ้าง
ค่อยๆ กลับ ค่อยๆ แก้
สุดท้ายก็ไม่ยากเกินพยายาม
 
ถ้าต้องจะเอาชนะตัวเอง
เอาชนะความกลัว
ที่ยากกว่านี้
ก็เชื่อว่าทำได้
แต่ก็ต้องอาศัยความอดทน
และความคิดเชิงบวกมากขึ้นหลายเท่า
 
มันอยู่ที่ว่า
เราอดทนมากพอหรือยัง
เราล้มมากพอมั้ย
ก่อนที่เราจะเลิก
 
หากบางคนยังคิดว่า
"มันยากไป ทำไม่ได้หรอก"
"ลองหลายครั้งแล้ว ไม่ได้ซักที"
อาจจะเป็นเพราะว่า
...ยังล้มไม่พอ...
4月17日

คุยกะเป๊ก เพลง หรือแค่ขำขำ (อิอิ)

คุยกะเป๊ก
เพลง หรือแค่ขำขำ (อิอิ)
 
เอามือข้างนึงจับมือฉันดูสิ ระหว่างที่พูดกัน
ไหนๆ มือเป็นไร เอามาดูซิ
เป็นมือที่เย็น เหงื่อซึม และเริ่มสั่น เธอเองรู้สึกไหม
เออ สั่นจิงๆ ด้วยวุ้ย เป็นไรอะ ไม่สบายเหรอ
บอกให้รู้ว่าฉันจริงจัง แต่ว่าฉันยังไม่ค่อยมั่นใจ
ดีๆ เป็นคนจิงจังอะดีแล้ว แต่ไม่มั่นใจไร
ที่ผ่านมานั่น เธอคิดกันแบบไหน ให้เป็นอะไรในใจเธอ
อืม ไม่รู้เหมือนกัน คิดก่อนนะ รอแป๊บ
 
ตกลงว่าเธอนั้นรักฉัน หรือมันแค่ขำ ขำ
เอ๊ะ บอกว่ารอแป๊บนึง เงียบๆ ด้วย คิดมะออก
ให้เป็นคนรักหรือเป็นแค่เพื่อนเธอ
รีบมากใช่มะ งั้นมีตัวเลือกมะ
ให้เป็นคนคุยไว้แก้เหงา ไว้กอดเมื่อตอนพบเจอ
โห ดีจัง เลือกแบบไหนก็ได้เหรอ
แบบไหน ยอมเป็นให้เธอ บอกทีว่าฉันเป็นใคร
อ้าว ชื่อเป๊ก มะใช่เหรอเราอะ สรุปจำชื่อตัวเองมะได้ใช่มะ
 
บางทีก็ดูว่าเธอเหมือนจริงจัง เราเป็นคนรักกัน
ก็ตามนั้นมะใช่เหรอ
บางทีก็ดูว่าเธอไม่จริงจัง หลอกๆกันเท่านั้น
ป่าวนะ ป่าวหลอก ไม่ต้องกลัวนะ
บอกให้รู้ว่าฉันยังกลัว
เอ๊ะ บอกไม่ต้องกลัวก็ไม่ต้องกลัวดิ เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยว
บอกให้รู้ว่าไม่ค่อยมั่นใจ
ไรเนี่ย ที่ผ่านมายังไม่มั่นใจกันอีกรึไง
ที่ผ่านมานั่น เธอคิดกันแบบไหน ให้เป็นอะไรในใจเธอ
ถามอีกละ เซ้าซี้จิงๆ
4月7日

Es ist mein Geburtstag.

จะว่าไปเวลาหนึ่งปีมันก็ผ่านไปไวเหมือนกัน
ยังจำได้...
เมื่อปีที่แล้ว...
เพลงและเค้ก Happy Birthday จากคนแปลกหน้า
การตัดเค้กครั้งนั้น...ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
คิดแล้วก็ขำ...
 
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ไม่ใช่เรื่องใหญ่ในชีวิต
 
วันนี้ อายุ 21 ปีบริบูรณ์
โตขึ้นกว่าเด็กชายคนที่นั่งร้องไห้คนเดียวที่อเมริกา 1 ปี
จากวันนั้น ถึงวันนี้
มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมาย
 
รักตัวเองมากขึ้น
...จนบางครั้ง คล้ายกับเห็นแก่ตัว
หรือมันอาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆ
 
หลายอย่างมันเป็นสิ่งที่ต้อง...
คิดเอง...
ทำเอง...
ตัดสินใจเอง...
 
นึกถึงวันนี้เมื่อปีที่แล้ว...
อเมริกาครั้งนั้น...ไม่สนุกหรอก
แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น
ถ้าเราสามารถที่จะรับและตักตวงมันได้
 
ความลำบากที่เกิดขึ้น
ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบแผ่นดินอเมริกา
จนถึงวันสุดท้าย
การเดินทางคนเดียว
รับผิดชอบตัวเอง
แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ความกดดันจากคนรอบข้าง
และจากตัวเอง
 
จะเป็นยังไง
เมื่อต้องหันหลังให้คนไทยกลุ่มเดียวในอเมริกา
และหันหน้าให้กับความโดดเดี่ยวที่รออยู่
 
จะทำยังไงเมื่อคนที่จะมารับ...ไม่มา
 
จะทำยังไงถ้ารู้ว่าไม่มีที่พัก
 
จะรู้สึกยังไง...เมื่อตื่นมาแล้วรู้ว่านี่ไม่ใช่บ้าน...ไม่มีใคร
 
จะเลือกอะไรระหว่างงานที่ทำไม่ไหวกับงานที่ทำไม่เป็น
 
แล้วถ้าเลือกผิดล่ะ...จะทำยังไง
 
จะทำยังไงถ้ามีกระเป๋าหนัก 30 กิโล
พร้อมกับเงิน 3 พันเหรียญในกระเป๋า
แต่ไม่มีที่ซุกหัวนอนใน New York
 
และจะทำยังไง...
ถ้ารถบัสไม่มาตามเวลาที่กำหนด ในวันที่ต้องบินกลับเมืองไทย
 
สำหรับบางคน...มันคือวิกฤติชีวิต
แต่สำหรับเด็กผู้ชายคนนั้น...มันกลับเป็นโอกาสที่ล้ำค่า
 
กลัว ?...กลัวสิ
แต่จะขอให้ใครช่วยล่ะ
ปัญหามาแบบวันต่อวัน
แล้วจะขอให้ใครช่วยได้
 
บางครั้งเมื่อมีปัญหา
มันไม่ใช่ว่าเราจะแก้ปัญหาถูกวิธีหรือเปล่า
แต่มันอยู่ที่ว่าเรากล้าที่จะแก้ปัญหาหรือเปล่า
มันต้องทำอะไรซักอย่าง
 
ปัญหาของเด็กไทยคือกลัวความผิดพลาด
ต้องทำอย่างที่ถูกสอนมา อย่างที่เค้าบอกว่ามันถูก
แล้วถ้าไม่มีคำตอบที่ถูกให้เลือกล่ะ
...
 
นึกถึงคำพูดของพี่คนนึงที่อเมริกา
ตอนทำอาหาร เค้าบอกว่า
อย่าไปกลัว...ถ้าเราก้าวข้ามความกลัวได้
ถ้าเราหลุดจากความกลัวได้
ทุกอย่างมันจะง่ายเอง
 
และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
 
ต้องขอบคุณโครงการ Work and Travel in USA
ที่ส่งไปลำบากตรากตรำและโดดเดี่ยว
และขอบคุณอเมริกา
ที่ทำให้เจ็บแสนสาหัส
 
วันนี้แผลที่เกิดขึ้นหายไปแล้ว
พร้อมกับภูมิคุ้มกันชั้นดี Made in USA
เอาไว้ต่อสู้กับปัญหาในชีวิต
 
หวังว่าเพื่อนๆ ที่กำลังทำงานอยู่ที่อเมริกาตอนนี้
จะตักตวงเอาประสบการณ์อันมีค่า
มาประยุกต์ใช้กับชีวิตของตัวเอง
 
ขอให้ทุกคนเจ็บปวด...และเติบโต
3月26日

ว้าก ว้าก ว้าก และ ว้าก

*ความคิดเห็นข้างล่างนี้มิได้กล่าวรวมถึงการว้ากหรือการรับน้องอันดีงาม
ของสถาบันอื่นแต่อย่างใด
 
มันกลับมาอีกแล้ว
ว้ากกกกกกกกก
ประเด็นที่ต้องมีการถกเถียงกันทุกปี
ปกติรุ่นพี่ที่จะขึ้นปี 4 จะคุยกันก่อนปิดเทอม
ว่าปีหน้าจะเอาไง
ทั้งนี้เพื่อหาแนวทางและคนที่จะมารับผิดชอบ
กับสิ่งที่จะทำลงไปในปีหน้า
ไม่ใช่จะเอาแต่ความบ้าอำนาจ
แต่พอมีเรื่องแล้วหายหัว
 
แต่ปีนี้...ไม่มีการประชุม
ดังนั้น...
ปฏิบัติการของพวกอยากว้ากก็เลยเริ่มขึ้น
แบบว่า...
อยากว้ากอะ
อยากโชว์น้องอะ
กลัวน้องมันไม่รู้จัก
ทำไงดีว้า
ก็เลยจะรวมพลประชุมกันเองซะงั้น
 
สิ่งที่มันไม่ดี...มันก็ย่อมหายไปตามกาลเวลา
อะไรที่มันดี...มันก็จะอยู่รอดเอง
จะไปดิ้นรนให้มันมีอีกทำไม
ทั้งๆ ที่ก็เห็นๆกันอยู่
ว่าที่ผ่านมา
สิ่งที่ทำลงไป...กับสิ่งที่ได้รับ
...มันเป็นยังไง
 
จะอ้างว่า...
ว้าก...ทำให้รุ่นน้องรู้จักรุ่นพี่
ว้าก...ทำให้รุ่นน้องรักกัน
ว้าก...ทำให้มีความรู้สึกรักคณะ
งั้นเหรอ...
อาจจะจริง...
...เมื่อนานมาแล้ว
 
แต่ตอนนี้...
ก่อนจะไปสั่งสอนคนอื่นเค้าน่ะ
ดูตัวเองซะก่อนเถอะ
เคยทำอะไรให้คณะบ้าง...
 
ก่อนจะบอกน้องว่า...ห้ามสูบบุหรี่...เลิกบุหรี่ให้ได้ซะก่อน
ก่อนจะบอกน้องว่า...ห้ามกินเหล้า...เลิกเหล้าให้ได้ซะก่อน
ก่อนจะบอกน้องว่า...แต่งกายให้เรียบร้อย...แต่งตัวให้เรียบร้อยซะก่อน
ก่อนจะบอกน้องว่า...ตั้งใจเรียน...เอาตัวเองให้รอดซะก่อน!!!
 
ต้องขอบอกก่อนว่า
จริงๆ แล้วสมัยอยู่ปี 1
เข้าว้ากแค่ 3 วันเท่านั้น
และที่ผ่านมา...
ก็ไม่ได้แต่งตัวเรียบร้อย...
...เลยไม่มีหน้าไปด่าใครเค้าเรื่องการแต่งตัว
แต่ระยะเวลาที่เห็นการปฏิบัติตัว
ของคนว้าก...และคนถูกว้าก
มันก็ร่วม 3 ปีแล้ว
 
คนว้ากและคนถูกว้าก...ที่ปากบอกว่ารักกันนักหนา
รักคณะ...
รักเพื่อน..
รักพี่...
แต่เวลาคณะมีงาน
ต้องการแรงงานจำนวนมาก
คนที่เรียกตัวเองว่าผู้ชาย(ชื่อคณะ)
หายหัวไปไหนกันหมด...
คนที่ทำ(ทุก)งาน
มีแต่คนที่เค้ามีหัวคิดอยู่แล้ว
ไม่ต้องรอให้พวกป่าเถื่อนมาตะคอกปาวๆ ใส่รูหู
 
และอย่าบังอาจมาอ้าง
ว่านั่นคือผลผลิตของการว้าก...
ประเมินคุณค่าของการกระทำนั้นสูงไปแล้วล่ะ
การทำแบบนั้น
มันไม่ได้ช่วยให้สันดานคนมันเปลี่ยนหรอก
 
และพวกที่จ้องแต่จะว้ากอย่างเดียวเนี่ย
ขอทีเถอะ...
รู้มั่งมั้ย...
ว่าเค้าต้องทำอะไรกันตั้งมากมาย
ไม่ใช่หลับหูหลับตามาตะโกนโหวกเหวกอย่างเดียว
ทำแบบนั้น...มันทุเรศ
 
แล้วไอ้คำถามที่มักจะขุดมาย้อนถามว่า...
ถ้ามันไม่ดีจริง...จะอยูมาถึงทุกวันนี้ได้ไง
 
เอาง่ายๆ...
พี่ว้ากสมัยก่อนอ่ะ
เค้ามีหัวคิดและมีจิตวิญญาณมากกว่าพวกคุณไง
เค้าต้องการสั่งสอนน้องๆ...
...ด้วยความจริงใจ
เค้าหวังดีกับน้อง...หวังดีกับคณะ
และที่สำคัญ...
เค้าเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย
 
เคยได้ยินว่า...
เมื่อก่อน...พี่ว้ากจะต้องได้เกรด 3 กว่า
และอีกหลายๆ อย่าง
ถ้าเป็นอย่างงั้นจริงๆ
พวกบ้าอำนาจทั้งหลายในปีนี้...
คงไม่มีปัญญาได้ว้ากกันหรอก
 
นั่นเพราะเค้าต้องการคนที่มีความคิด
และคนที่สามารถเป็นตัวอย่าง "ที่ดี" ให้กับน้องๆ ได้เอาเป็นแบบอย่าง
จะได้เกิดความเลื่อมใส ศรัทธา
ไม่ใช่ว่าเจอหน้ากัน
ก็ชวนกันกินเหล้า...
ทั้งพี่ทั้งน้อง...มั่วไปหมด
 
แล้วจะเรียกร้องให้มันมีอยู่อีกทำไม
ในเมื่อตัวของพวกคุณเอง
ก็ใช่ว่าจะได้ดิบได้ดีเพราะว้าก
 
นี่!!!...
คือสิ่งที่ "ว้าก" ของคณะอันเป็นที่รักของเราเป็นอยู่ในปัจจุบัน
และคงไม่สามารถทำให้มันดีขึ้นได้
ถ้ายังมีความคิดและตัวอย่างแบบผิดๆ แบบนี้
...ยอมรับเถอะ
3月25日

งือๆๆ วีระพลแพ้อ่ะ

งือ งือ งือ
และ งือ งือ งือ
อุตส่าห์รีบกลับจากม.
เพื่อมาดูวีระพล
โดยหวังว่าพรุ่งนี้จะได้ไปเลือกตั้งล่วงหน้าด้วย
แต่แล้ว...
แต่แล้ว..............
ฝันร้ายก็เกิดขึ้นจนได้......
มาดูทันยกที่ 3
ก็ดูๆ ไปเรื่อยๆ
ก็ชกกันค่อนข้างสูสี
ไม่ค่อยมีโอกาสจะแจ้ง
แต่แล้ว....
ต้นยกที่ 9
ช่วงพักเคารพธงชาติ...อันแสนเศร้า
ตัดกลับมาอีกที
โดนน็อกไปซะงั้น
สงสารอ่ะ...งือๆๆ
หมัดเดียวเลย
ตอนล้มลงไป
ก็พยายามจะลุกอ่ะ
แต่ประสาทการทรงตัวมันไม่ทำงานแล้วอ่ะ
น่าสงสารที่สูดดดดด
ก็พ่ายไปในที่สุด
ตามสังขารอะนะ
อายุก็ปาเข้าไป 37 แล้ว
วันวานอันรุ่งโรจน์ก็ต้องผ่านไปตามกาลเวลา
ไม่รู้จะมีโอกาสกลับมาแก้มืออีกอ๊ะป่าว
คงไม่มี Option แล้วละมั้ง
แก่ขนาดนั้นแล้วด้วย
แต่มะเป็นไร
พี่น้องชาวไทยจะจดจำคืนวันอันยิ่งใหญ่ในอดีตไว้
ปรบมือ...
3月21日

เย่ๆๆ ได้ใบขับขี่รถยนต์แล้ว

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง...อิอิ
ในที่สุดก็สอบผ่านจนด้าย
ที่เล่นตัวไม่ไปสอบมาตั้งนานก็เพราะกลัวอ่ะ
กลัวดิ เคยตกข้อเขียนตอนสอบรถมอไซค์นี่นา
กลายเป็นฝันร้าย
จนสุดท้าย
ไหนๆ มันก็เลี่ยงไม่ได้และ
สอบก็ดะ
 
ก่อนยื่นคำขอต้องไปเอาใบรับรองแพทย์ก่อน
แต่...มันปิดหมดเลย
ตอนนั้นคงเป็นช่วงเวลาเข้างานของพวกหมอๆ อ่ะ
แต่คุณพระช่วย!!! มีเปิดที่นึง เลยจัดการซะ
พอไปถึงขนส่ง
ก็รอสอบข้อเขียน
ระหว่างนั้นก็ไปลองสอบปฏิบัติดูก่อน
ยากแฮะ
ยากมั่กมากเลยแหละ
คิดๆ อยู่ ว่าจะรอดมั้ยเนี่ย
 
พอได้เวลาสอบข้อเขียน
ฝันร้ายก็กลับมา
กลัวตก
มีอัตนัยข้อนึง
เป็นรูปป้าย มีข้อความว่า เขตห้ามแซง
เลยเขียนไปว่า ห้ามทำการแซงรถคันหน้า จนกว่าจะพ้นบริเวณนี้
ก็...ก็น่าจะใช่อะเนอะ
พอส่งข้อสอบปุ๊บ ก็รู้ผลปั๊บ
เลยไปนั่งรอสอบปฎิบัติที่สถานที่สอบ
 
ตอนสอบมี 2 ด่าน
ด่านแรก
ขับไปจอดข้างทางให้ล้อหน้าตรงกะล้อหลัง
แล้วถอยหลังมาในทางที่กำหนด
ไม่ให้โดนเสา ที่มีอยู่ข้างๆ 5-6 ต้น
ตอนจะถอดหลังหลังจากจอดแล้วมีปัญหานิดหน่อย
แต่ก็รอดมาได้
 
ด่านที่สอง
ให้ถอยรถจากเลน 2 มาเลน 1
โดยมีกรวยขวางอยู่ ห้ามชน
รอบแรกถอยอยู่ 3 ครั้ง
เจ้าหน้าที่ก็บอกให้ไปต่อหลังใหม่
เริ่มเครียดแล้วอะดิ
พอมาทำใหม่ก็เหมือนจะไม่ได้
ก็มันยากนี่นา
ปกติก็ขับแต่ไปข้างหน้า
นี่ให้ถอยหลังเข้าที่ว่างซะงั้น
ทำอยู่ 3-4 เที่ยว เลยผ่านจนได้
แฮ่ๆ
 
พอจะไปเอาใบขับขี่
เจ้าหน้าที่บอก รูปใช้ไม่ได้นะคะ
เค้าห้ามยิ้มค่ะ
อ่าว...ซวยละสิ
เสียเวลามาทั้งวัน ทำไมไม่บอกตั้งแต่ทีแรก
(ให้รูปไปตั้งแต่เช้า)
แต่...
โดนเจ้าหน้าที่อำอ่ะ
อิอิ
เค้าบอกว่าปกติเค้าไม่ยิ้มกัน
ก็ไมอะ จะยิ้มอะ จะทำไม
อารมณ์ดี
ว่าแล้วก็เอาไปเคลือบให้สวยงาม
เสร็จไปอีกหนึ่งภาระกิจชีวิต...
3月19日

ถึงภราดรจะแพ้...แต่เราก็ได้แชมป์โลกคนใหม่(นะ)

เมื่อคืนนั่งถ่างตาดูภราดรหวดกะเฟเดอเรอร์
ก็ตามคาดแหละ
แพ้อะดิ
แต่ก็ยังดีที่เบรคเค้าได้เกมนึง
ที่สำคัญเฟดเอ็กซ์มันก็เก่งจิงๆ
เล่นแต่ละลูก เห็นแล้วเหนื่อยแทนภราดร
 
แต่ไม่เป็นไร
เพราะการอดนอนคืนนี้ไม่สูญเปล่า
หลังเทนนิสจบ
ก็ดูมวยต่ออีก
สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาล หรืออะไรซักอย่าง
ทำเก๋ ไปขอชิงแชมป์โลกกะเจ้าของฉายา Little Tyson
ชื่อจริงคือมาร์ยา มงซิปัวร์ลูกครึ่งฝรั่งเศส-อิหร่าน
ต้องไปชกไกลถึงแดนน้ำหอมทีเดียวเชียว
 
ยกแรกก็ได้เฮ เมื่อสมศักดิ์ส่งมงซิปัวร์ลงไปนับแปด
แต่หลังจากนั้น(ตามสายตาผู้ไม่ชำนาญ)
ของเราโดนบี้อย่างหนัก
ตัดเข้ามุม ถลุงไม่พักเลย
แต่สมศักดิ์ก็โชว์สายตา หลบได้เป็นส่วนใหญ่
การ์ดของมงซิปัวร์นี่ก็แข็งเหลือกิน
นานๆ จะเจาะได้ซักที
 
ยกแล้วยกเล่าผ่านไป
ดูเหมือนสมศักดิ์ยังไม่สามารถทำอะไรได้จะแจ้ง
เมื่อเทียบกับที่มงซิปัวร์ที่ปล่อยหมัดมาเป็นชุด
(แม้ว่าจะไม่ค่อยโดนก็ตาม)
ถ้าดู ณ ตอนนั้น ถ้าไม่มีการน็อคอะนะ
แพ้คะแนนชัวร์
แต่ช่วงยก 7-10
มงซิปัวร์เริ่มแป๋เวลาโดนจังๆ
และสปีดหมัดเริ่มช้าลง
ก็เหนื่อยอะดิ
ของเราก็ด้วย
 
จนมาถึงยกที่ 10
สมศักดิ์ได้โอกาสทอง
จากการซัดหมัดซ้ายใส่มงซิปัวร์ แล้วแถมอีกเป็นชุด
จนกรรมการทนไม่ไหวเพราะความสงสาร
ยุติการชกในที่สุด
เป็นอันว่าสมศักดิ์ได้แชมป์โลกมาครอง...อิอิ
 
หลังการชก
มงซิปัวร์ประกาศแขวนนวมทันที
และกล่าวว่า
ตั้งใจว่าจะแขวนนวมอยู่แล้ว
หากแพ้ให้กับคู่แข่งที่คู่ควรกับตำแหน่งแชมป์
นี่ถือเป็นการให้เกียรติสมศักดิ์
และยังเป็นการแสดงสปิริตอีกตะหาก
เยี่ยมมั่กๆ
ปรบมือๆๆ
 
กว่าได้นอนก็ปาเข้าไปตี 5 ครึ่ง หรือมากกว่านั้น
และต้องตื่นไปว่ายน้ำตอน 7 โมงครึ่ง
ไปว่ายได้ซักชั่วโมง
ม่ายหวาย
ปวดหัว
เลยขึ้นดีกว่า
แล้วกลับมานอนบ้าน
จนสุดท้ายตื่นมาเที่ยงกว่าๆ
และนั่งอัพเดท blog อยู่ในเวลานี้(ไง)
3月15日

โอ้แม่เจ้า

เมื่อคืนนี้ดูภราดรหวดกะเฟร์เรโร่
หนุ่มสเปนมือ 14 ของรายการ แต่ชื่อคล้ายขนม
เคยขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกด้วย
แต่เมื่อคืนนี้ภราดรสุดยอดจริงๆ
เสิร์ฟ Ace เป็นว่าเล่น
แล้วก็ Ace ตอนปืดแมทช์ด้วย
สุดยอดเจงๆ
ชนะไป 6-2, 6-2
 
ที่สำคัญ
ยิง Winner มหาศาล นับไม่ถ้วน
พระเจ้าจอร์จ นี่มัน New ภราดรนี่นา
สปีดบอลเร็วมั่กๆ แรงโคตรๆ
ผู้บรรยาย(ภาษาอังกฤษ)บอกว่า
นี่มันเป็นการเล่นที่ดีที่สุดในรอบปีเลยจอร์จ
ก็จริงแฮะ
เล่นดีสุดๆ เหนียวแน่น อดทนมั่กๆ
 
เล่นแบบนี้ถึงจะน่าเชียร์หน่อย
ไม่ใช่เล่นอะไรก็ม่ายรุ เหมือนช่วงปีสองปีหลังนี่
เล่นงี้มันถึงจะมีลุ้นติด Top 20
 
รอบหน้า 16 คนสุดท้าย
ได้ข่าวว่าเจอกับนาลบาเดียน มือ 4 ของรายการ
อันนี้ก็ถึงตายเหมือนกัน
แต่ถ้าเล่นได้อย่างแมทช์นี้ก็มีลุ้น
ขอให้พี่น้องชาวไทยส่งกำลังใจไปเชียร์ด้วยเน้อ
 
 
3月8日

งงจังวุ้ย

แบบว่าอยากหาคนที่อยากเป็นแอร์-สจ๊วตคุยด้วย
เลย Add เมล์ MSN มาเต็มเลย
40กว่าคนแน่ะ
แล้วเป็นไงล่ะ...จำชื่อได้มั่งมั้ยล่ะ
เมื่อวานคุยซะดิบดี...วันนี้ลืมชื่อ
โดนเค้าว่าเลย...สมน้ำหน้า
แต่ให้ทำไงล่ะ...ก็มันจำไม่ได้จริงๆนี่นา
ไม่เป็นไรๆ
เวลาคุยก็ไม่ลงรายละเอียดมาก
เดี๋ยวเค้ารู้ว่าจำไม่ได้...อิอิ
3月6日

เหนื่อยมั่กๆ

ปิดเทอมแล้วเลยไม่รู้ทำไรดี
วนไปวนมาอยู่หน้าคอม
เล่น MSN เป็นส่วนใหญ่
และหาความรู้ใส่ตัวบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง
และมีความบันเทิงบ้างในบางเวลา
 
ได้คุยกับคนที่มีความฝันแบบเดียวกันก็รู้สึกดี
เหมือนพูดภาษาเดียวกันอ่ะ
 
ตอนเย็นก็ไปหัดว่ายน้ำอ่ะ
ยังไม่มีครูสอนหรอก
ว่ายเองเลย...เปรี้ยวมาก
เหนื่อยสุดๆ เหนื่อยกว่าเล่นบอลอีก
พอขึ้นจากสระนี่อย่างกะน้ำหนักหายไป 20 กิโล
เดินแทบไม่เป็นเลย
 
พอว่ายเสร็จก็ไปบ้านญาติ
กะจะไปยืมเครื่องออกกำลังกาย
แต่ไม่เอาดีกว่า มันขนลำบาก
ต้องประกอบกันยกใหญ่
แล้วก็คงอยู่ที่นี่ไม่นานอ่ะ
เลยไม่เอา
แค่ว่ายน้ำก็จะแย่อยู่แล้ว
3月3日

สอบเสร็จแล้ว...วี้ดวิ่ว

  สอบเสร็จแล้ววววว 
จะได้กลับบ้านซะที
แต่ข้อสอบมันงงๆ อ่ะ
ทำไปงั้นแหละ ไม่รู้จะได้เกรดไร
อาจารย์สอนแย่อ่ะ ไม่ให้โอกาสนักศึกษาแสดงความคิดเห็น
แบบว่า...ต้องแบบนี้เท่านั้น
ถ้าเป็นอย่างอื่นถือว่า...ผิดดดด
แย่ๆ
แต่ไม่เป็นไร..อิอิ
  มันจบไปแล้ว