個人檔案Mein Platz部落格清單 工具 說明

部落格


7月5日

His(S)tory : El Nino

 

 
 
 
Fernando José Torres Sanz หรือ Fernando Torres
 
เกิดเมื่อ 20 มีนาคม 1984 ที่เมือง Fuenlabrada ใกล้กับ Madrid
 
เป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ลงสนามให้ Atlético Madrid
 
และเป็นกัปตันทีมที่อายุน้อยที่สุดด้วยอายุเพียง 19 ปี
 
ส่วนชื่อเล่น El Nino (The Kid) นั้นได้มาจากใบหน้าละอ่อนของเขานั่นเอง
 
ปัจจุบันนี้ Torres ยิงให้กับทีมตราหมีไปแล้ว 75 ประตู จาก 5 ฤดูกาล
 
มีเพียง Samule Eto’o และ David Villa เท่านั้นที่ยิงได้มากกว่าในระยะเวลาเท่ากัน
 
 
 
ในปี 1994 ด้วยอายุเพียง 10 ปี
 
Torres ยิงไป 55 ประตูในฤดูกาลแรกที่เขาเล่นให้กับทีม Rayo 13
 
ทำให้คว้าสิทธิ์ไปทดสอบฝีเท้ากับ Atlético Madrid
 
และย้ายเข้ารัง Atlético Madrid ในปี 1995
 
หลังจากใช้เวลาไม่กี่ฤดูกาลในการพัฒนาฝีเท้า
 
เขาก็คว้าแชมป์รายการเยาวชนในปี 1998
 
ซึ่ง Atlético Madrid ส่งทีมชุดอายุต่ำกว่า 15 ปี
 
เข้าแข่งขันในรายการ Nike Cup Europe ร่วมกับทีมเยาวชนของสโมสรอื่นๆ
 
เช่น Real Madrid, Barcelona, Milan, Manchester United และ Juventus
 
โดยที่ Torres เป็นดาวเด่นประจำรายการและได้รับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรปในรุ่นอายุนั้น
 
 
 
ในปี 1999 Torres ตกลงเซ็นสัญญาฉบับแรกกับสโมสร
 
จากนั้นในปี 2000 เขาประสบอาการบาดเจ็บเนื่องจากขาหัก
 
และไม่ได้ลงเล่นอีกเลยจนถึงเดือนธันวาคม
 
ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2001
 
Torres คว้าแชมป์รายการ Algarve Tournament ร่วมกับทีมชาติสเปนชุดอายุต่ำกว่า 16 ปี
 
จากนั้นในเดือนพฤษภาคม ทีมสเปนชุดนั้นเข้าร่วมและชนะเลิศการแข่งขันรายการ
 
2001 UEFA European Under-16 Football Championship
 
โดย Torres ยิงประตูโทนในนัดชิงชนะเลิศและได้เป็นดาวซัลโวสูงสุดในรายการนั้น
 
ด้วยการยิง 7 ประตูใน 6 นัด และได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำรายการ
 
ช่วงปลายฤดูกาล 2000-01 Torres ได้รับโอกาสให้ลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่
 
ของ Atlético Madrid เป็นนัดแรกในวันที่ 27 พฤษภาคม 2001 ที่สนาม El Calderón
 
ในนัดที่พบกับ Leganés และทำประตูแรกให้กับสโมสรได้ในสัปดาห์ต่อมาในเกมกับ Albacete
 
 
 
ฤดูกาล 2001-02 Atlético Madrid ได้กลับมาเล่นใน La Liga อีกครั้ง
 
แต่กลับเป็นฤดูกาลที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับเจ้าหนู Torres วัย 17 ปี
 
เขาทำได้เพียง 6 ประตูจากการลงสนาม 36 นัด ใน Segunda Divisón
 
ในเดือนพฤศจิกายน Torres ติดทีมชาติสแนไปร่วมแข่งขัน
 
รายการ 2001 FIFA U-17 World Championship
 
และยิงประตูโทนในนัดชิงชนะเลิศอีกครั้งและคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยม
 
และพ่วงตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดจากการทำ 4 ประตูใน 4 นัด
 
ในปี 2002 Atlético Madrid หวนคืนสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง
 
แต่ฤดูกาลแรกในลีกสูงสุดสำหรับ Torres กลับไม่ได้ยากลำบากกว่าการเล่นในลีกรองแม้แต่น้อย
 
โดยเขายิงไป 13 ประตู ช่วยให้ทีมจอดป้ายที่อันดับ 12
 
และเขาถูกเรียกติดทีมชาติชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี

 
  
ฤดูกาล 2003-2004 Torres พัฒนาฝีเท้าอย่างก้าวกระโดดด้วยการยิง 19 ประตู
 
จากการลงสนามเพียง 35 นัด และทำสถิติเป็นกัปตันทีม Atlético Madrid
 
ที่มีอายุน้อยที่สุดด้วยอายุเพียง 19 ปี ในปีนี้ทีมตราหมีของเขาก็ทำผลงานได้ดีขึ้นเช่นกัน
 
แต่กลับพลาดสิทธิ์การไปเล่นฟุตบอล UEFA Cup ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล
 
โดยทีมรั้งอันดับ 7 ของตารางตามหลัง Sevilla
 
ด้วยประตูได้เสียจากกฎ head-to-head (2-1 และ 0-2)
 
ในฤดูกาลนี้ Torres ติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่ในวันที่ 6 กันยายน 2003
 
ในเกมกระชับมิตรกับโปรตุเกส ประตูแรกในนามทีมชาติของเขาเกิดขึ้น
 
ในนัดที่พบกับอิตาลีในวันที่ 28 เมษายน 2004
 
ช่วงจบฤดูกาลเขาถูกเรียกติดทีมชาติสเปนชุด Euro 2004
 
โดยในสองนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มเขาถูกเปลี่ยนตัวลงไปในช่วงท้ายเกมเท่านั้น
 
แต่ในนัดชี้ชะตากับโปรตุเกสเขากลับได้ลงเป็น 11 ตัวจริง
 
เขายิงชนเสาในนาทีที่ 62 หลังจากที่ Nuno Gomes
 
ยิงให้โปรตุเกสขึ้นนำในนาทีที่ 57 และสเปนพ่าย 0-1
 
 
 
อันดับ 7 ของ Atlético Madrid ทำให้พวกเขาได้สิทธิ์ไปเตะ Intertoto Cup
 
และเป็นการลงเล่นรายการสโมสรยุโรปครั้งแรกของ Torres
 
พวกเขาทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศแต่ต้องพ่ายต่อ Villarreal ในการดวลจุดโทษ
 
ในฟุตบอลโลกนัดแรกของเขาเมื่อปี 2006 ที่เยอรมนี
 
Torres ยิงประตูสุดท้ายในนัดที่ชนะยูเครน 4-0
 
และในรอบแบ่งนัดที่สองที่พบกับตูนีเซีย
 
เขาเหมาคนเดียวสองลูกในนาทีที่ 76 และ 90
 
จากนั้นเขาหลุดจากทีมชาติในนัดกระชับมิตรกับโรมาเนีย
 
ในเดือนพฤศจิกายน 2006 และกลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง
 
ในเกมกระชับมิตรกับอังกฤษในเดือนกุมภาพันธ์ 2007
 
ซึ่งสเปนเอาชนะไปได้ 1-0

 
  
ในปี 2007 นี้เป็นอีกปีที่ Atlético Madrid ไม่สามารถแย่ง
 
ชิงสิทธิ์ไปเล่น UEFA Cup ได้ ทำให้ Torres
 
ตกเป็นที่หมายตาของ 4 ทีมใหญ่จากเมืองผู้ดี
 
ทั้ง Arsenal, Chelsea, Liverpool และ Manchester United
 
โดยมีรายงานข่าวช่วงปิดฤดู 2006-07 ว่าเขาตกเป็นเป้าหมายหลักของ Liverpool
 
จากนั้นประธานสโมสร Atlético Madrid ออกมาสยบข่าวดังกล่าว
 
ด้วยการประกาศว่ายังไม่เห็นข้อเสนอขอซื้อตัวจาก Liverpool หรือทีมอื่นๆ เลย
 
แต่หลังจากนั้นเพียงอึดใจกลับมีรายงานข่าวล่ามาแรงว่า Atlético Madrid
 
ตกลงรับข้อเสนอของ Liverpool เรียบร้อยโรงเรียนสเปนแล้ว
 
โดยข้อเสนอคือ 20 ล้านปอนด์ โดยมี Luis Garcia เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
 
จากนั้นในวันที่ 30 มิถุนายน Atlético Madrid แถลงข่าวข้อตกลงกับ Villarreal
 
ในการซื้อตัว Diego Forlán ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะมาเป็นตัวตายตัวแทนของ Torres
 
 
 
ในวันที่ 2 กรกฎาคม มีรายงานว่า
 
Torres บินกลับจากพักร้อนเร็วขึ้นและบินกลับสเปนเพื่อจัดการเรื่องการย้ายทีม
 
รุ่งขึ้น Torres ผ่านการตรวจร่างกายของ Liverpool
 
และประกาศว่าจะมีการอำลาแฟนบอลทีมที่ Madrid ในวันที่ 4 กรกฏาคม
 
หลังจากนั้น Atlético Madrid ออกมายืนยันการย้ายทีมของ Torres
 
ผ่านทางเว็บไซต์ของสโมสร
 
 
 

 
 
 
Torres จะสวมเสื้อหมายเลข 9
 
ซึ่งเป็นซิมใหม่เบอร์เดิมของนักเตะระดับตำนานของหงส์แดง
 
อย่าง Robbie Fowler และ Ian Rush
 
โดยค่าตัวของเขาได้รับการเปิดเผยในการแถลงข่าวว่า
 
อยู่ที่ 30 ล้านยูโร (ประมาณ 20.2 ล้านปอนด์)
 
และอาจเพิ่มเป็น 40 ล้านยูโร (26.5 ล้านปอนด์)
 
โดยขึ้นอยู่กับฟอร์มการเล่นของนักเตะเอง
 
และมีรายงานจาก The Times ว่า Torres ยอมลดค่าเหนื่อย
 
ที่ปกติรับจาก Atlético Madrid สัปดาห์ละ 103,000 ปอนด์
 
เหลือ 90,000 ปอนด์ เพื่อมาเป็นสมาชิกใหม่ของหงส์แดง
 
 
 
 

10月25日

ลิเวอร์พูล อู อู

ช่วงนี้ฟอร์มหงส์แดงไม่ค่อยจัดจ้าน หลังจากแพ้นอกบ้านหลายนัด ทำให้อาจถูกตัดออกจากทีมเต็ง
เหล่ากูรูบอกว่าระบบหมุนเวียนนักเตะหรือโรเตชั่น มันคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทีมหลุดฟอร์มเก่ง
แต่ราฟาบอกว่ามันต้องใช้เวลา วอนแฟนๆ อย่าเพิ่งด่า วอนนักเตะอย่าเพิ่งเซ็ง
ของแบบนี้ต้องดูกันนานๆ ป๋าขอสาบานว่าป๋าทำไงเจง เจ้ง 
 
 ตอนนี้กลายเป็นทีมคนพิการ ไม่มีนักเตะให้ใช้งาน เพราะพากันบาดเจ็บ
คืนนี้เตะคาร์ลิ่ง คัพ ฟาวเลอร์ได้ฤกษ์ใส่สนับ เตรียมกลับมาโชว์สเต็ป
ดูเด็คก็นั่งสำรองต่อไป แทบจะทนไม่ไหว เพราะนั่งนานจนเป็นเหน็บ
 นัดนี้ได้เล่นในบ้าน ถ้าเครื่องจักรสีแดงไม่ทำงาน คงหน้าแหกไม่ต้องเย็บ
8月26日

จอมโหด Thatcher

เมื่อนักกีฬาจงใจทำร้ายคู่ต่อสู้
นักกีฬาคนนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับอาชญากร
 
Ben Thatcher ปราการหลังของทีมเรือใบสีฟ้า Man City
อดีตสมาชิก Crazy Gang ทีมจอมโหด Wimbledon
ปีนี้อายุก็ปาเข้าไป 31 แล้ว
แต่ความเหี้ยมโหดยังไม่ลดลงแม้แต่น้อย
 
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ที่ผ่านมา
นัดที่ Man City เจอกับ Portsmouth
ไอ้สัตว์ร้าย Thatcher ก็ก่อเรื่องอีก
ในจังหวะที่ Pedro Mendes กำลังวิ่งเข้าหาบอลพร้อมกับ Thatcher
Mendes ถึงบอลก่อน
และในวินาทีต่อมานั้นเองที่ Thatcher แสดงสันดานดิบของตัวเองออกมา
มันชักศอกเข้าที่กรามซ้ายของเพื่อนร่วมอาชีพ
โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันระวังตัว
ส่ง Mendes  ลงไปนอนตาลอยหมดสติอยู่ข้างสนาม
ส่วนตัวเองโดนแค่ใบเหลือง
 
หลังจากหยุดเกมเพื่อปฐมพยาบาลได้ไม่กี่นาที
หน่วยแพทย์ต้องใช้หน้ากากออกซิเจนกับ Mendes ที่กำลังหมดสติ
ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล
โชคยังดีที่ตอนนี้อาการปลอดภัย
และแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว
 
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Thatcher เจตนาทำร้ายคู่ต่อสู้
ย้อนกลับไปเมื่อ 2000
สมัยยังเล่นให้กับ Wimbledon
มันชักศอกใส่ Nicky Summerbee ผู้เล่น Southampton
จนถูกแบน 2 นัด
และยังมีอีกหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน
 
ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ปะทะกันอยู่ตลอดเวลา
มีเพียงความเป็นสุภาพบุรุษของนักเตะเท่านั้น
ที่จะช่วยลดความดุเดือดในสนามได้
 
แต่เมื่อมีอาชญากรอยู่ในสนามแบบนี้
เราก็ได้แต่หวังว่า
จะไม่มีเรื่องเศร้าเกิดขึ้น
5月15日

Walk on, walk on, with hope in your heart.

แชมป์ FA Cup สมัยที่ 7 ของลิเวอร์พูล
ได้มาจากการตกเป็นรองถึง 2 ครั้ง
สุดท้าย สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ซัดเต็มข้อจากนอกกรอบ ต่ออายุให้หงส์แดง
และชนะในการดวลจุดโทษในที่สุด
แย่งแชมป์มาจากเวสต์ แฮมได้ราวปาฏิหาริย์
เอ...จะเรียกว่าปาฏิหาริย์ได้มั้ยนะ
 
ดูนัดชิงนัดนี้แล้วทำให้นึงย้อนไปถึงนัดชิง UEFA Champions League ฤดูกาล 1998/99
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชิงกับ บาเยิร์น มิวนิค
ปีศาจแดงชุดนั้นอยู่ในฟอร์มที่พีคสุดๆ
พวกเขาสามารถเอาชนะสโมสรใดก็ได้ในโลก
แต่แล้ว...ลูกยิงฟรีคิกของมาริโอ บาสเลอร์ ที่ทำให้เสือใต้ขึ้นนำตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่
ก็เกือบฝังพลพรรคปีศาจแดงคาสนาม Camp Nou ของบาร์เซโลน่า
เพราะเมื่อผ่าน 90 นาทีของเกม
สกอร์ยังคงเหมือนเมื่อนาทีที่ 6
 
จากนั้นชั่วอึดใจ
เท็ดดี้ เชอริงแฮมและโอเล่ กุนนาร์ โซลส์ชา
ก็ยิง 2 ประตูรวดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ขโมยแชมป์มาจากอกของเสือใต้อย่างมหัศจรรย์ที่สุด
 
แล้วนั้น...เรียกว่าปาฏิหาริย์รึป่าว
 
อีกนัดที่จะลืมไม่ได้เลย
ลิเวอร์พูล ดวลกับ เอซี มิลาน ในนัดชิง UCL ปีที่แล้ว
การตกเป็นรอง 0-3 ต่อมิลาน ทีมที่ยังไม่เคยเสียประตูให้ใครถึงสามลูกในนัดเดียว
กำลังจะกลายเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายของลิเวอร์พูล
 
แต่แฟนบอลทั่วโลกต้องตะลึง
ไปกับ 6 นาทีมหัศจรรย์ของหงส์แดง
เริ่มด้วยเจอร์ราร์ด ต่อด้วยสมิเซอร์ และปิดท้ายด้วยลูกซ้ำของซาบี อลองโซ
และต้องขอบคุณเจอร์ซี่ ดูเด็ค ในการดวลจุดโทษ
ทำให้ลิเวอร์พูลพลิกกลับมาชนะปีศาจแดงดำได้สำเร็จ 
อันนี้...ก็ปาฏิหาริย์อีกแน่ๆ เลย
 
ถ้าทั้งหมดนี้ เรียกว่า ปาฏิหาริย์
เราจะลองมาดูส่วนผสมของปาฏิหาริย์กัน
ปาฏิหาริย์ = ความพยายาม(49%) + ความเชื่อมั่น(49%) + ดวง (2%)
 
ถ้านาทีที่ 90 ผู้เล่นแมนยูในปี 1999 กับผู้เล่นลิเวอร์พูลในปีนี้ คิดว่า
"ไม่ไหวๆ แพ้แหงๆ เลยเรา หาปี๊บมาคลุมหัวดีกว่า"
"บุกทั้งเกม ยังยิงไม่ได้เลย แล้วทดเวลาแค่นี้จะยิงได้ไง"
พวกเขาจะไม่มีวันได้สัมผัสกับความสำเร็จอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
 
หากการยิง 3 ประตู ใน 45 นาที ดูยากเกินความเป็นจริงสำหรับผู้เล่นลิเวอร์พูล
ตำแหน่งจ้าวยุโรปก็คงไม่คู่ควรกับพวกเขา
 
หลายคนท้อตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำ
บางคนพยายามมานาน เลยเริ่มท้อ
 
ในชีวิตจริงความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นภายใน 90 นาที
 
คนที่ล้มเลิก ไม่มีทางรู้หรอก ว่าพวกเขาเข้าใกล้ความสำเร็จมากแค่ไหนแล้ว
 
ความสำเร็จรออยู่ตรงนั้น รอคนที่มุ่งมั่นมาคว้าไป
3月13日

มานจาอารายกานคาหนาดน้าน

แพ้อีกแล้วครับท่าน
อาร์เซนอล 2
ลิเวอร์พูล 1
ไม่บอกก็คงรู้ว่า 1 ลูกที่ได้มา
ไม่ได้มาจากผู้เล่นที่มีหน้าที่ยิงประตู
หลุย การ์เซียครับท่าน
 
วันหลังก็เล่น 4-6-0 ไปก็ได้
ถ้าลงไปแล้วมันไม่มีประโยช์อ่ะ
ปีเตอร์ เคร้าช์ นี่เป็นกองหน้าเห็นจะไม่รุ่งแล้วล่ะ
จะให้ไปเป็นกองกลางก็เก้งก้างไป
จะเป็นกองหลังรึก็ไม่แข็งแกร่ง
งั้นไปเป็นกองเชียร์แล้วกันไป
นั่งสงบเสงี่ยมอยู่บนอัฒจันทร์เลยยิ่งดี
ผู้เล่นสำรองก็อย่าได้หวัง
 
เล่นระบบ 4-4-2
แต่ให้พี่คร้าวยืนเป็นหน้าเป้า
จะไปเอาอารายกับมาน
พักบอลก็เอาหัวแตะบอลให้ได้ชื่อว่าโดนบอล
ไม่มีน้ำหนัก&ทิศทาง
มันเลยไม่ประสานงานกับชาวบ้านเค้าเลย
กลายเป็น "ประสางา" กันเองซะงั้น
 
หรือว่าจะต้องลุ้นให้ผ่านตรงข้ามมันยิงเข้าประตูตัวเอง
...ยากไปม้าง
กองหน้ายังกดดันเค้าไม่ได้
แล้วจะให้เค้าทำเข้าประตูตัวเองตอนหนาย
 
พื้นที่ Champions League ก็คงลุ้นกันเหนื่อยหน่อยนะ
ส่วน FA Cup ที่จะเจอกับ Birmingham อีก 3 นัดอ่ะ
ก็ซ้อมกันให้ดีๆ เลย ลูกเซ็ตเพลย์อ่ะ
อย่าหวังจากโอเพ่นเพลย์เลย
ไปหวังจังหวะชุลมุนจะง่ายกว่า
แบบนัดเนี้ยที่เจอร์ราร์ดยิง แล้วการ์เซียซ้ำอ่ะ
น่าจะมีลุ้นสุดแล้วชั่วโมงนี้
 
ตอนนี้ปัญหาในแดนหน้ากำลังเป็นเนื้อร้าย
คอยกัดกินความหวังที่มีอยู่น้อยนิดของทีมไปเรื่อยๆ
วิธีเดียวที่พอจะทำได้ตอนนี้ก็คือ
ตัด ตัด ตัด
ตัดจายซะเถอะพี่น้อง
3月9日

ถึงป๋า Rafa

Champions League ฤดูกาลนี้จบไวกว่าที่คิดนะป๋านะ
ทั้งๆ ที่ตอนจับสลากประกบคู่
โล่งอกแล้วเชียวที่ไม่ต้องเจอทีมยักษ์ใหญ่
แต่กองหน้ามันดั้นหลงไหลในสากกะเบือ
พับสนามบุกแทบทั้งเกม แต่ยิงไม่ได้
หรือยิงได้ก็ต้องมีอะไรมาทำให้ไม่ได้อยู่ดี
เท่านั้นไม่พอ โดนเค้าสวนกลับทีเดียว
เรียบร้อยโรงเรียนโปรตุเกสเลย
 
ไม่รู้สึกถึงความได้เปรียบที่มีศูนย์หน้าสูง 2 เมตรเลย
พักบอลก็ห่วย ล้มก็ง่าย ยิงประตูเป็นรึป่าวก็ไม่รู้
แต่ป๋าดันปล่อยให้มันเล่นเต็มเวลาซะงั้น
8 ล้านปอนด์ดูเหมือนจะแพงเกินไปนะ
ป๋าว่างั้นมั้ย...
เอา 8 ล้านมาเพิ่มอีกหน่อย
ซื้อ Simao ได้แล้วป๋า
จะได้ไม่โดนมันยิงแบบนี้
 
กองหลังเราก็โชคดีมากนะป๋า
ได้ปราการหลังระดับโลกอย่างเตราเร่มาแทนฮูเปียที่เจ็บ
ป๋าคิดได้ไงส่งมันมายืนเป็นเซนเตอร์อ่ะ
กลัวคนดูลุ้นไม่พอรึไง
ชอบทำหวาดเสียวอยู่เรื่อย
 
แต่มันก็ไม่ได้ย่ำแย่ไปซะทั้งหมดนะป๋านะ
กองกลางเรายังพอเชิดหน้าชูตาได้บ้างอ่ะ
เจอร์ราร์ดกับอลองโซ คู่นี้สุดยอดมากจิรงๆ
ทั้งรับทั้งรุกเลยป๋า
ถ้าไม่มี 2 คนนี้คงเจ๊งไปนานแล้วอ่ะ
ช่วงท้ายได้ฮามันน์ลงมาอีก
แต่ทำไมป๋าคิดช้าจังอ่ะ
มันสายไปอ่ะ ป๋ารู้ป่าว
ป๋าเล่นแก้เกมตอนโดนนำ 0-1และเหลือแค่ 15 นาที
ต้องยิง 3 ลูกนะป๋านะ
คิดว่าที่ยิงมิลานได้ 3 ลูกอ่ะ ฝีมือล้วนๆ ใช่มั้ย
ถอดกองหลังออกเหลือ 3 คน
แล้วเป็นไงป๋า
โดนสิครับ...
 
และถึงจะตกรอบไปแล้ว
ปัญหาในแนวรุกก็ยังไม่หายไปหรอกนะ
ถ้าป๋ายังส่งกองหน้าลงมั่วๆ แบบนี้
คงลุ้นที่ 2 ยากอ่ะ
หรือป๋าอยากกลับสเปนจนตัวสั่น
แกล้งทำทีมห่วยซะงั้น
เพราะแอบหวังเล็กๆ ให้โดนไล่ออก
 
นี่นะป๋า...แนะนำๆ
ปิดฤดูกาลนะ
ขายเป็นเซ็ตเลยป๋า
ซิสเซ่+มอโร่+เคร้าช์
ประมาณว่าโปรโมชั่นอ่ะ
ซื้อ 1 แถม 2
แต่ถ้าติดต่อมาภายใน 10 นาที
ลดให้ครึ่งราคาเลยเอ้า!!
แล้วเอาเงินที่ได้อันน้อยนิดจากค่าตัวพวกมัน 3 คน
ไปซื้อนักเตะโนเนมที่มีคนรับประกันว่ายิงประตูเป็นอ่ะ
คงไม่ยากมั้ง...ใครก็ได้อ่ะ
 
หรือถ้าจะเอาบิ๊กเนมนะป๋านะ
ทำ Opton ด้วยว่า
ถ้าซื้อมาแล้วยิงไม่ได้
จะสามารถขายกลับไปในราคาสองเท่าของราคาเดิม
รวยแน่ป๋า
เพราะป๋าเก่งเรื่องเอาคนดีๆ มาทำให้เสียอ่ะ
 
เออนี่ป๋า
แล้วปองโกล์กับเมลเลอร์อ่ะ
ให้ชาวบ้านเค้ายืมทำไม
 ไอ้สองคนนั้นมันยิงประตูเป็นนะป๋า
หรือป๋ากลัวลูกมอโร่ของป๋าไม่ได้เกิด
เลยทำการสะกัดดาวรุ่ง
เพื่อกันที่ให้เด็กบ้านเดียวกับป๋าได้ลงบ้าง
ตามที่ป๋าได้ตั้งปณิธานเอาไว้
ว่าจะเอานักเตะสเปนเข้ามาอีกหน่อย
ให้มันครบ 11 คนแค่นั้นเอง
 
อ่อป๋า จบฤดูกาลอย่าลืมเสนอสัญญาให้ฟาวเลอร์ด้วยนะ
สงสาร...แก่แล้วอ่ะ
ไม่มีที่ไปแล้วด้วย
หยวนๆ แล้วกัน
ทีเคร้าช์ยังซื้อแพงได้
นี่ฟรีเลยนะป๋า
เดี๋ยวเค้าก็เลิกเล่นแล้วอ่ะ
ถ้าป๋าต่อสัญญานะ
แฟนบอลรักตายเลยป๋า
3月5日

Oh!!! Poor Fowler

เมื่อคืนนี้ลิเวอร์พูลเสมอชาร์ลตันที่แอนฟิลด์
พับสนามบุก...แต่ดันยิงไม่ได้
ช่วงท้ายเกมฟาวเลอร์ยิงเข้าไป...
แต่ผู้กำกับเส้นหรือที่ภาษาอังกฤษเรียนว่าไลน์แมน
ดันยกธงล้ำหน้า
แต่จริงๆ มันไม่ล้ำอ่ะ..
ช่วงท้ายเกมแล้วด้วย
---
กลับบ้านแล้วล่ะ
แต่ยังไม่ได้ไปว่ายน้ำ...รอคนสอนก่อน
คงอีกซัก 2-3 วันอ่ะนะ
3月2日

เบอร์เสื้อประหลาดกับประตูแรกในทีมชาติของปีเตอร์ เคร้าช์

เมื่อคืนนี้อังกฤษยิงดับฝันอุรุกวัยในนาทีสุดท้ายด้วยสกอร์ 2-1
ในนัดกระชับมิตรที่แอนฟิลด์
นัดนี้ปีเตอร์ เคร้าช์กองหน้าร่างโย่งของลิเวอร์พูล
ยิงประตูแรกในที่ชาติได้แล้วววว....
พร้อมทั้งใส่เสื้อเบอร์ประหลาดลงสนามด้วย
ทำไปได้...ข้างหน้าเบอร์ 21 แต่ข้างหลังเบอร์ 12 ...ทุเรศดีจริงๆ
แต่ไม่เป็นไร...ยังไงก็เป็นฮีโร่ยิงตีเสมอ
ก่อนที่โจ โคลจะยิงในนาทีสุดท้ายให้อังกฤษกลับมาแซงชนะไปได้
มีรูปเบอร์เสื้อประหลาดของปีเตอร์ เคร้าช์มาให้ดูด้วย...อิอิ

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

2月28日

Liverpool 1-0 Man City

คงยังไม่ช้าไปนะ ถ้าจะดีใจที่ลิเวอร์พูลชนะแมน ซิตี้ 1-0 ในแอนฟิลด์
จากการลากเข้าไปยิงของแฮร์รี่ คีลล์
แต่รู้สึกว่าตอนนี้ชนะแต่ละทีก็ ประมาณลูกเดียวตลอดเลย
แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็ 3 แต้ม
นัดหน้าเจอชาร์ลตันที่แอนฟิลด์เหมือนเดิม
ชนะชัวร์...ฟันธง!!!